วันนี้ขอนำเสนอบทความที่ตัวเองเขียนละกันงิ . .
 
"จิตอาสาน่ะ . . มีกันบ้างมั้ย??" . .
 
เชิญอ่านจ้า . . 
 
 
“จิตอาสา” จริงหรือ ?


        เมื่อกล่าวถึง จิตอาสา เราก็มักจะกล่าวถึง คนคนหนึ่ง ที่ทำความดีโดยอาสาทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อผู้อื่นหรือส่วนรวม ยอมสละผลประโยชน์ของตนเองให้แก่ผู้อื่น แล้วในความจริง เราทุกคนได้ทำมันหรือยัง แล้วมันจำเป็นจะต้องมีทุกคนหรือเปล่า นี่เป็นคำถามที่น่าคิด
        “มีจิตอาสากันบ้างมั้ยพวกเธอ” เป็นคำที่ติดปากของอาจารย์หลาย ๆ คนเหมือนกับคำนี้เป็นศัพท์ที่กำลัง “อินเทรนด์” อะไรแบบบนั้นความหมายที่แท้จริงของมันคือเพียงแค่ “การทำความดี” เท่านั้น ขึ้นอยู่ว่าเราจะทำกับใคร อย่างไร ที่ไหน และแม้ว่าจะไม่มีใครเห็นก็ต้องทำ... จริง ๆ แล้วประเด็นหลักของสมุดสีแดงฉานที่อุตส่าห์ห่อปกเย็บเล่มอย่างดิบดีเพียง เพื่อให้ทุกคน “มีจิตอาสา” แต่.. “แค่ต่อหน้า” เพื่อเอาลายเซ็นอันล้ำค่าของท่านอาจารย์ทั้งหลาย ผมขอแนะนำให้คิดง่าย ๆ แค่ว่า มีเด็กคนหนึ่งเห็นอาจารย์เดินมาจึงก้มลงเก็บขวดน้ำที่พื้น พออาจารย์เห็นก็เซ็นให้ ทั้ง ๆ ที่เขาอาจเป็นคนทิ้งเอง หรือมีอีกขวดหนึ่งข้าง ๆ เขาก็ไม่เก็บ แล้วแบบนี้เขาทำความดีจริงหรือเปล่า ?
        มีอีกพวกคือพวกที่ถามอย่างมีเหตุผลว่า “ทำไปเพื่ออะไร” อย่างเช่นหัวข้อ “การทำความดีต่อเพื่อน” สมมติ(อีก)ว่าผมให้เพื่อนข้าง ๆ ยืมดินสอ เขาก็เซ็นให้ไม่ได้ เพราะ ในนิยามศัพท์ของเล่มสีชมพูกล่าวไว้ว่า “ผู้รับรอง หมายถึง บุคลากรของโรงเรียน ผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ผู้พบเห็นการทำกิจกรรมความดีของนักเรียน”แค่ข้อนี้ตรง คำว่า “พบเห็น” ก็จบแล้ว เพราะถ้าไม่มีใครพบเห็น ก็เสียเวลาที่จะทำเปล่า ๆ ถ้าผมมองในแง่ลบสุด ๆ แต่ถ้ามองในแง่บวกก็คือ “ไม่เป็นไร ทำจนกว่าคนอื่นมันจะเห็นนั่นแหละ” ..แต่จะมีคนคิดแบบนี้ได้สักกี่คนล่ะ อนึ่ง สิ่งที่ทำให้ผมคิดในแง่ลบ อาจเป็นเพราะผมวิ่งไปเปล่า ๆ ในตอนมัธยม 1 ประมาณ 20 รอบ วิ่งโดยไม่มีใครให้ลายเซ็น เพราะตอนวิ่งครูอยู่ แต่ตอนกลับมาหายไปแล้ว ตามไม่ได้ “เอาน่า อย่างน้อยก็ถือว่าได้ออกกำลังกาย” ...ใช่ครับ มันได้ แต่มันแย่ตรงที่ลายเซ็นแทนที่จะครบ มันไม่ครบนี่สิ โดนหักคะแนนอีกจนได้ แล้วอย่างนี้ คนที่ทำดีจริง ๆ ไม่มีทางจะได้ลายเซ็นครบหรอกครับ ยิ่งถ้ามาแจกแล้ว(บังคับ)ให้ทำ ยิ่งต้องเอาหน้ากันเข้าไปอีก แม้อาจารย์หลาย ๆ ท่านอาจเห็นว่าก็ดีที่เด็กเข้ามาลบกระดานให้ แจกชีทให้ อืม..แล้วถ้าเราไม่เซ็นให้ล่ะ ? หรือถ้าลายเซ็นมันครบแล้วมันจะทำแบบนี้อีกหรือเปล่า ? วิธีแบบนี้อาจใช้ได้ ในช่วงแรก ๆ เท่านั้น แต่เอาเข้าจริง ๆ เวลาจะส่ง คนที่ทำมันก็ทำ เพราะคะแนนทุกสาระวิชาฟรี ๆ ส่วนคนที่มันไม่ทำก็จะไม่มีสักลายเซ็น ในกลุ่มนีอาจมีพวกที่หงุดหงิดคือ ทำแล้วก็ไม่ได้ เลยเลิกทำ หรืออีกกลุ่มคือ จะไม่ทำซะอย่าง ...จะทำไม ? พวกนี้จะย้อนกลับไปแอบด่าในใจพวกที่ทำอีกว่า “ถ้ามันไม่ทำเอาหน้า มันก็ไม่ได้หรอก” กลายเป็นแบ่งแยกชนชั้นซะอีก โอ้ว..
        สุดท้ายแล้ว ถ้าให้ผมทำดีแค่คนเดียว ได้โล่ ได้เกียรติบัตร โครงการนี้ก็ไม่สำเร็จ แต่มันจะสำเร็จเมื่อทุกคนพร้อมและตั้งใจที่จะทำ ในทุกที่ ทุกโอกาส อยู่ในจิตใต้สำนึกของเรา ไม่ต้องแย่งกันเอาหน้า เอาลายเซ็น แบ่ง ๆ กันทำ ใครทำเยอะแล้ว ให้คนอื่นเค้าทำมั่ง ความเป็น “จิตอาสา” จะแทรกซึมเข้าสู่ใจเราลึก ๆ โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องให้ใครมาพร่ำบ่นพร่ำสอนว่าต้องทำ และผมเชื่อว่าเมื่อเราโตขึ้นกว่านี้ สิ่งเล็ก ๆ ที่เราอาจคิดว่ามันเป็นแค่โครงการเล็ก ๆ อาจนำพาสิ่งที่ไม่คาดฝันมาให้เราก็เป็นได้..

ต้นเหตุของการเขียนคือ แนท ละ สิ่งนี้ ..

 

 

 สมุด(โรค)จิตอาสาน่ะเอง . .

เค้าว่าคราวนี้พิมพ์ - ตกแต่งดีนะ

 

และก้อ . . 

 เสียแค่ว่า . . มันต้องทำน่ะแหละ

ยังไม่ได้ลายเซ็นสักหน้า สักช่อง

 .

.

.

เค้าไม่ได้เลวนะ . . แต่ขี้เกียจไม่มีเวลาทำอ่าา . .

*ขอบคุณอย่างใจจริงที่อ่านจบนะ

 

ไปนอนดีกว่า~~